บทความที่ได้รับความนิยม

วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ยางพารา พันธุ์ใหม่ “สถาบันวิจัยยาง 408 (RRIT 408)


 สวัสดีครับ.......
          โอกาสปีใหม่ 2556 ผมจะขอแนะนำยางพาราไทยแท้ ครับ เหมาะที่สุดสำหรับพันธุ์นี้ ทนแล้ง ทนโรค ให้ปริมาณน้ำยางสูง โตเร็ว ดูแลดี 5 ปี ก็กรีดได้ 
          
     ยางพารา พันธุ์ใหม่ “สถาบันวิจัยยาง 408 (RRIT408) หรือ เฉลิมพระเกียรติ 984” (Chalerm Prakiat 984) สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ได้เปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนเมษายน 2554 ที่ผ่านมา เกษตรกรชาวสวนยางได้ให้ความสนใจอย่างล้นหลาม
เนื่องจากเป็นพันธุ์ยางที่ปลูกง่าย โตไว และให้ปริมาณน้ำยางสูง ที่สำคัญยังปลูก ในพื้นที่ปลูกยางใหม่ได้ดีและมีความต้านทานโรคสูงกว่าพันธุ์ยาง RRIM 600 โดยเฉพาะ ราแป้ง ใบร่วงไฟทอฟธอรา
นายสุจินต์ แม้นเหมือน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ย้อนที่มา ยางพาราพันธุ์อาร์อาร์ไอที 408 ว่า สถาบันวิจัยยางได้ส่งเสริมให้เกษตรกรทดลองปลูกเมื่อปี 2550 โดยมีข้อกำหนดปลูกได้ ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ ของเนื้อที่ปลูกยางที่ถือครอง แต่ ไม่น้อยกว่า 7 ไร่ มีเกษตรกรในภาคอีสานที่ได้ทดลองปลูก บางพื้นที่ก็สามารถเปิดกรีดได้แล้ว เช่น จังหวัดอุบลราชธานี และ บุรีรัมย์
        “ผลการวิจัยยืนยันออกมาชัดเจน ตรงที่ให้ปริมาณน้ำยางที่สูงกว่าพันธุ์อื่นๆ มีความต้านทานโรคสูง โดยเฉพาะ ราแป้ง ใบร่วงไฟทอฟธอรา พร้อมส่งเสริมแนะนำให้เกษตรกรปลูกต่อไปในปี 2554 โดยสถาบันวิจัยยางจะเน้นการส่งมอบกิ่งพันธุ์ให้กับผู้ประกอบการที่มาขึ้นทะเบียนกับ กรมวิชาการเกษตร เพื่อนำไปติดขยายพันธุ์ และผลิตเป็นต้นตอตาและต้นยางชำถุงเพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกรที่สนใจในปีถัดไป
          นางนุชนารถ กังพิศดาร นักวิชาการเกษตรเชี่ยวชาญ กรมวิชาการเกษตร ระบุว่า ยางพาราพันธุ์ สถาบันวิจัยยาง 408 (RRIT408) หรือเฉลิมพระเกียรติ 984 นี้ เดิมชื่อ RRI–CH–35–1396 เกิดจากการผสมระหว่าง ยางแม่พันธุ์ PB5/51 (มาเลเซีย) กับพ่อพันธุ์ RRIC101 (ศรีลังกา) ที่ ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา ได้ทำการคัดเลือกแล้วนำไปปลูกเปรียบเทียบพันธุ์ยางขั้นต้น และเปรียบเทียบพันธุ์ยางขั้นปลาย ทั้งยังมีการประเมินระดับความต้านทานโรค เพื่อคัดเลือกต้นที่มีศักยภาพและตรวจสอบลักษณะประจำพันธุ์
        “ผลการวิจัยพบว่า ยางพาราพันธุ์นี้มีลักษณะการแตกกิ่งและทรงพุ่มที่สมดุลดีกว่าพันธุ์สถาบันวิจัยยาง 251 เกษตรกรในพื้นที่ที่มีข้อจำกัด เช่น พื้นที่ลาดชัน หรือพื้นที่ซึ่งระดับน้ำใต้ดินสูง ก็ปลูกได้ มีการเจริญเติบโตระยะก่อนเปิดกรีดค่าเฉลี่ยขนาดเส้นรอบวงลำต้นโตกว่าพันธุ์ RRIM 600 ประมาณ 7–10% และมีขนาดเส้นรอบวงที่เพิ่มแต่ละปี ระหว่าง 6–8 เซนติเมตร สูงกว่าพันธุ์ RRIM600 ประมาณ 8–15% ทำให้เปิดกรีดได้เร็ว และมีจำนวนต้นยางที่สามารถเปิดกรีดได้มากตั้งแต่ปีแรกของการเปิดกรีด”
อ้างอิงข้อมูล: สุจินต์ แม้นเหมือน



ข้อมูลเพิ่มเติม ยางพันธุ์เฉลิมพระเกียรติ RRIT 408  http://www.rubberthai.com/emag/files/Y_2562/ISSUE_3/FILE/f03082011-144241_movie.swf

พันธุ์ยาง RRIT 251

         วันนี้เรามาคุยกันอีกครับ เกี่ยวกับพันธุ์ยางที่ดีและเหมาะสมที่จะปลูกแถวโซนภาคเหนือ ซึ่งผมเคยอธิบายเกี่ยวกับพันธุ์ RRIM 600 ไปแล้ว วันนี้มีพูดคุยกับอีกสายพันธุ์ครับ
- ยางพารา พันธุ์ RRIT 251


พันธุ์ยาง RRIT 251

พ่อพันธุ์ X แม่พันธุ์  ไม่แน่ชัดครับ แต่ได้มาจากการคัดต้นพันธุ์มาจากแปลงเอกชนจังหวัดสงขลา
ลักษณะใบยาง 251

คุณสมบัติลักษณะเด่น RRIT251
          
1.  ผลผลิตเนื้อยางแห้งสูงมาก
               1.1  RRIT 251 ให้ผลผลิตเนื้อยอย่างแห้งเฉลี่ย 9 ปีกรีด  467.2 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี  สูงกว่าพันธุ์ RRIM 600 ซึ่งให้ผลผลิต218.1 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี คิดเป็นร้อยละ 59.4
               1.2  RRIT 251   ให้ผลผลิตเนื้อยางแห้ง เฉลี่ย 10 ปีกรีด    474.3 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี  สูงกว่าพันธุ์ GT 1    ซึ่งให้ผลผลิต 218.1 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี  คิดเป็นร้อยละ 117.4
          2.  การเจริญเติบโต  ระยะก่อนเปิดกรีดดี  RRIT 251   เมื่ออายุ 7 ปี    มีขนาดลำต้นเฉลี่ย 51.6เซนติเมตร    ขนาดใหญ่กว่าพันธุ์RRIM 600 ที่มีขนาดลำต้นเฉลี่ย 74.2 เซนติเมตร  และใกล้เคียงกับพันธุ์ GT 1 ที่มีขนาดลำต้นเฉลี่ย 50.1 เซนติเมตร
          3.  จำนวนต้นเปิดกรีดมาก RRIT 251  มีขนาดลำต้นสม่ำเสมอดีมาก    จึงมีจำนวนต้นเปิดกรีดมากคิดเป็นร้อยละ 78.0 ของแปลงมากกว่าพันธุ์ RRIM 600 และ GT 1 ร้อยละ 66.3 และ 13.2 ตามลำดับ
          4.  ความหนาเปลือก  และจำนวนท่อน้ำยางมาก RRIT 251    เมื่ออายุ 9 ปี   มีความหนาเปลือกเฉลี่ย 5.8 มิลลิเมตร  หนากว่าพันธุ์RRIM 600  และ GT 1 ร้อยละ 13.7   และ 1.7 ตามลำดับ และเมื่ออายุ 20 ปี    ความหนาเปลือกเพิ่มเป็น 9.8 มิลลิเมตร   หนากว่าพันธุ์RRIM 600  และ GT 1 ถึงร้อยละ15.2 และ 11.3 ตามลำดับ
          5.  จำนวนท่อน้ำยางมาก RRIT 251 เมื่ออายุ 9 ปี  มีจำนวนวงท่อน้ำยาง 10.5 วง มากกว่า พันธุ์RRIM 600 และ GT 1 ร้อยละ23.5 และ 10.5 ตามลำดับ  และ เมื่ออายุ 20 ปี มีจำนวนวงท่อน้ำยาง 39.4วง มากกว่าพันธุ์ RRIM 600  และ GT 1 ร้อยละ 23.1 และ 86.7 ตามลำดับ       
   6.  ต้านทานโรคใบร่วงที่เกิดจากเชื้อไฟทอปโทรา  ออยเตียม และคอลเลโทตริกัม  ดีกว่าพันธุ์ RRIM 600 และ GT 1

ข้อแนะนำ
           - พันธุ์ RRIT1 251   มีขนาดทรงพุ่มใหญ่  และการแตกกิ่งไม่สมดุล ปลูกได้พื้นที่ราบทั่วไป ที่ราบลุ่ม ไม่แนะนำปลูกพื้นที่ลาดชัน 30 องศาขึ้นไป
          - ระยะการปลูก 3.5x6 , 4x5 , 3x7   เมตร
          - ควรปลูกใกล้แหล่งน้ำ ลำธาร คลอง หนอง บึง
          - แบ่งหน้ากรีดครึ่งลำต้น  กรีดวันเว้นวัน
          - การบำรุงรักษาใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 30-5-18 หรือ 25-7-18 หรือสูตรใกล้เคียง  แบ่งใส่ต้นละ 500กรัม 3ครั้ง/ปี  สลับการใส่ปุ๋ยหมัก หรืออินทรีย์ชีวภาพ 3 กิโลกรัม/ต้น/ปี

วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2555

พันธุ์ยาง RRIM 600

สวัสดีครับ......
           หลายท่านอาจจะสงสัยว่าเมืองไทยเราเป็นเบอร์ 1ของการผลิตยางส่งออก แต่ทำไม เราตั้งราคาขายเองไม่ได้ ต้องให้ ประเทศเพื่อนบ้านเป็นคนตั้งราคา ทำไมต้องผ่านคนกลาง ทำไม เราไม่ผลิตเอง ขายเองข้อ สงสัยเรื่องนี้ผมจะมาให้คำตอบในวันหลังก็แล้วกัน

           เข้าเรื่องเลยครับ ผมจะมาอธิบาย เรื่องพันธุ์ยางที่ดี และเหมาะสมกับภาคเหนือของเราว่าควรจะปลูกพันธุ์ไหนดี เอาเป็นว่ามาสายพันธุ์หลักๆ ที่ตอนนี้เริ่มเอามาปลูกกันนะครับ

- พันธุ์ RRIM 600  
   แม่พันธุ์ X พ่อพันธุ์    Tjir 1 x PB 86


       ใบมีรูปร่างป้อมปลายใบ สีเขียวอมเหลือง ลักษณะฉัตรใบเป็นรูปกรวยมีขนาดเล็ก แตกกิ่งช้า กิ่งมีขนาดปานกลาง ทิ้งกิ่งมาก ทรงพุ่มมีขนาดปานกลางเป็นรูปพัด เริ่มผลัดใบเร็ว
ลักษณะทางการเกษตรระยะก่อนเปิดกรีดและระหว่างกรีดเจริญเติบโตปานกลาง เปลือกเดิมบางเปลือกงอกใหม่หนาปานกลางพื้นที่ปลูกยางเดิมให้ผลผลิต 10 ปีกรีดเฉลี่ย 297 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี พื้นที่ปลูกยางใหม่ให้ผลผลิต 9 ปีกรีดเฉลี่ย 240 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี อ่อนแอต่อโรคใบร่วงที่เกิดจากเชื้อไฟทอปโทราและโรคราสีชมพู ค่อนข้างอ่อนแอ ต่อโรคเส้นดำ ต้านทานต่อโรคราแป้งและโรคใบจุดนูนระดับปานกลาง มีจำนวนต้น
เปลือกแห้งน้อย ต้านทานลมระดับปานกลาง
ข้อแนะนำไม่ควรปลูกในพื้นที่ที่มีโรคใบร่วงที่เกิดจากเชื้อไฟทอปโทราและโรคเส้นดำ ระบาดรุนแรง
ข้อจำกัดพื้นที่ปลูก ปลูกได้ในพื้นที่ลาดชัน ไม่แนะนำให้ปลูกในพื้นที่ที่มีหน้าดินตื้น และพื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินสูง


        ตอนนี้ทางภาคเหนือเรา โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย ปลูกพันธุ์ RRIM 600 เยอะที่สุด ประมาณ 500,000 ไร่ เปิดกรีดไปแล้วประมาณ 30% ของพื้นที่ ผลผลิต ก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจ เพราะอะไรครับ ทำไมยางพาราที่ปลูกที่ทางใต้มาปลูกทางเหนือแล้วได้ผล จริงๆ แล้วยางพาราสามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ของประเทศไทยครับ คนส่วนมากเข้าใจว่าต้องปลูกทึ่ใต้ถึงจะได้ผล มันไม่จริงครับ มันได้ผลดีกว่าอีก เพราะเป็นพื้นที่ปลูกสร้างสวนยางใหม่ ปัญหาเรื่องโรคยางจึงน้อยกว่าทางใต้ครับ อันนี้เป็นผลดีกับชาวสวนยางทางภาคเหนือ

สวนที่เปิดกรีดแล้วครับ

ผมจะค่อย ๆ เอา ข้อมูลเกี่ยวกับพันธุ์ยางมาเขียนลงเรื่อยๆ ครับ แล้วเรามาพิจารณากันว่าพันธุ์ไหนดีกว่า ซึ่งผมไม่ได้เก่งอะไรมากนัก แต่คลุกคลีกับสวนยางมาตลอดชีวิต อาศัยจดจำ และก็ถามผู้รู้ตลอด
       ท่านผู้อ่านสงสัย หรือสอบถามการเลือกสายพันธุ์ หรือสอบถามเรื่องอื่นๆ ก็สามารถสอบถามได้ ผมจะตอบคำถามให้ครบทุกเรื่องเลยครับถ้าเกี่ยวกับยางพารา หรือ ฝากข้อมูลติดต่อ ไว้ที่ ช่องทางติดต่อ ก็ได้ครับ